12-18 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยขอเชิญชวนคนไทยร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings จากทั่วโลก ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร รัฐบาลขอเชิญหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมเครื่องราชสักการะ และเครื่องทองน้อย ตามอาคารสถานที่ของหน่วยงานและบ้านเรือน สามารถดาวน์โหลดพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ที่เว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์ ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ อาคารสุจิณฺโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ติดต่อบริจาคได้ที่มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก โทร.053-936000 และ 053-938400 😊สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ภาคเหนือ (NBT ภาคเหนือ) ขอเชิญรับชมรายการโทรทัศน์ของ NBT ภาคเหนือ ได้ทางระบบดิจิตอล ช่อง 11 หรือทางสื่อออนไลน์ Facebook : NBT ภาคเหนือ😊👉(เพิ่มเติม คลิก)👈 
“เจเศรษฐ์” ย้ำประกันภัยพิบัติเริ่มคุ้มครองเหตุเกิดตั้งแต่ 1 ต.ค. 69 ครอบคลุม 30 ล้านหลังคาเรือน น้ำท่วมรับเบื้องต้น 1 หมื่น บ้านเสียหายสูงสุด 1 แสน เสียชีวิต 2 ล้านบาท

“เจเศรษฐ์” ย้ำประกันภัยพิบัติเริ่มคุ้มครองเหตุเกิดตั้งแต่ 1 ต.ค. 69 ครอบคลุม 30 ล้านหลังคาเรือน น้ำท่วมรับเบื้องต้น 1 หมื่น บ้านเสียหายสูงสุด 1 แสน เสียชีวิต 2 ล้านบาท

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติว่า รัฐบาลจัดซื้อความคุ้มครองให้ประชาชนประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ ครอบคลุมภัย 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยกรมธรรม์เริ่มมีผลกับภัยพิบัติที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป

กรณีอุทกภัย เมื่อพื้นที่เข้าเงื่อนไขและมีการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ผู้ได้รับความเสียหายมีสิทธิรับค่าสินไหมเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน และสามารถได้รับเพิ่มเติมตามความเสียหายจริงอีกไม่เกิน 90,000 บาท รวมวงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ส่วนวาตภัยและแผ่นดินไหว จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท และเพิ่มเติมตามความเสียหายไม่เกิน 95,000 บาท รวมสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ขณะที่กรณีเสียชีวิตจากภัยที่ได้รับความคุ้มครอง จ่ายผลประโยชน์ 2 ล้านบาทต่อคน

นายเจเศรษฐ์ระบุว่า ระบบใหม่ยังครอบคลุมกรณี “น้ำล้อม” ที่อยู่อาศัยจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วัน ซึ่งมีสิทธิรับค่าชดเชย 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือนตามเงื่อนไขที่กำหนด รวมถึงแฟลตหรืออาคารที่ได้รับผลกระทบในลักษณะดังกล่าว

สำหรับผู้เช่าบ้าน หากมีสัญญาเช่าชัดเจน สิทธิในเงินช่วยเหลือเบื้องต้นและสิทธิที่เกี่ยวกับความเสียหายของตัวบ้านจะพิจารณาแยกระหว่างผู้พักอาศัยกับเจ้าของทรัพย์สินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ขณะที่ประชาชนต้องลงทะเบียนยืนยันข้อมูลและบัญชีสำหรับรับเงิน

จุดสำคัญของระบบใหม่นี้ คือการลดขั้นตอนและระยะเวลารอคอยหลังเกิดภัย โดยการจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้นกำหนดกรอบดำเนินการภายใน 15 วันหลังผ่านการตรวจสอบตามเงื่อนไข เพื่อให้ประชาชนมีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น เครื่องใช้ในบ้าน ที่นอน อุปกรณ์การเรียน หรือการดำรงชีวิตระหว่างฟื้นฟู

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า สำหรับการซ่อมแซมบ้านจากน้ำท่วม บริษัทประกันอยู่ระหว่างจัดทำแนวทางประเมินที่ลดความยุ่งยากจากการสำรวจรายละเอียดทีละรายการ โดยมีแนวคิดใช้ระดับน้ำและความเสียหายประกอบการกำหนดค่าสินไหม เพื่อให้กระบวนการรวดเร็วขึ้น

ทั้งนี้ กรมธรรม์มีระยะความคุ้มครองตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 ถึง 1 ต.ค. 2570 ส่วนเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2569 จะยังใช้กลไกการช่วยเหลือและเยียวยาตามกฎหมายและหลักเกณฑ์เดิม ไม่ได้เข้าสู่ความคุ้มครองของกรมธรรม์ใหม่โดยอัตโนมัติ


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความยอดนิยม