สคบ. ลุยเชียงใหม่ ชูองค์กรโปร่งใส คุ้มครองผู้บริโภคไร้คอร์รัปชัน
วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มอบหมายให้ นายจิติภัทร์ บุญสม ผู้อำนวยการกองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภคและสื่อสารองค์กร เป็นประธานเปิดโครงการ “การคุ้มครองผู้บริโภคปลอดภัยคอร์รัปชัน (Corruption-Free)”
ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่
การดำเนินโครงการครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ พร้อมผลักดันมาตรการป้องกันการทุจริตเชิงรุก
โดยเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างใกล้ชิด ภายใต้แนวคิด “การคุ้มครองผู้บริโภคต้องโปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า
ทุกกระบวนการทำงานของ สคบ. จะต้องปราศจากข้อครหา ควบคู่ไปกับการยกระดับกลไกการมีส่วนร่วม
ของเครือข่ายผู้บริโภคทั่วประเทศ
สำหรับการดำเนินงานครั้งนี้ อาสาสมัครคุ้มครองผู้บริโภค (อสคบ.) จะมีบทบาทสำคัญในการสอดส่องพฤติการณ์ของผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงร่วมติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างใกล้ชิด ผ่านกลไก “สมุดพกอาสาสมัครคุ้มครองผู้บริโภค (อสคบ. Passport)” ภายใต้แนวคิด “Watch and Voice”
โดยยกระดับให้อาสาสมัครทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์ในการลงพื้นที่จริง เพื่อร่วมตรวจสอบความโปร่งใส
ในทุกขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
ทั้งนี้ อาสาสมัครจะใช้สมุดพกดังกล่าวเป็นเครื่องมือประเมินการปฏิบัติงาน อาทิ การแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ การใช้ถ้อยคำสุภาพเหมาะสม ตลอดจนการตรวจสอบว่าไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์
หรือของกำนัลตามนโยบาย No Gift Policy และไม่มีการเปรียบเทียบปรับ ณ จุดตรวจโดยเด็ดขาด เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน
นอกจากนี้ ภายในโครงการยังมีกิจกรรมลงพื้นที่ตรวจสอบพฤติการณ์ผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเดินรณรงค์แคมเปญ “ปกป้องสิทธิผู้บริโภค ไม่ยอมให้ใครละเมิด” เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสิทธิพื้นฐาน 5 ประการของผู้บริโภค ทั้งสิทธิในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง สิทธิในความปลอดภัย และสิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในข้อสัญญา โดยบทบาทใหม่ของอาสาสมัครในฐานะ “ด่านหน้า” ในการเฝ้าระวังการทำงานของภาครัฐ จะช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ของหน่วยงานที่ทำงานร่วมกับประชาชนอย่างโปร่งใส
และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายดำเนินการครอบคลุม 5 จังหวัดนำร่องทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วม