วันที่ 18 ธันวาคม ของทุกปี องค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) กำหนดให้เป็น วันผู้อพยพย้ายถิ่นสากล เพื่อส่งเสริมการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของผู้อพยพย้ายถิ่นทั่วโลก รวมถึงการคุ้มครองสิทธิ ศักดิ์ศรี และความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่ย้ายถิ่นฐานเพื่อการดำรงชีวิต การทำงาน และความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว
วันผู้อพยพย้ายถิ่นสากลมีที่มาจากการรับรอง อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติและสมาชิกในครอบครัว เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2533 ซึ่งถือเป็นหลักการสำคัญระดับสากลในการกำหนดมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนของผู้อพยพ โดยมุ่งเน้นให้รัฐภาคีคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิในการทำงานอย่างเป็นธรรม การเข้าถึงบริการสาธารณสุข การศึกษา ความปลอดภัย และการได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฏิบัติ
ผู้อพยพย้ายถิ่นมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่าง ๆ ทั้งในฐานะแรงงาน ผู้ประกอบการ และผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ วัฒนธรรม และนวัตกรรม ความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เกิดจากการย้ายถิ่นยังช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม และส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับโลก
อย่างไรก็ตาม ผู้อพยพจำนวนมากยังคงเผชิญกับความท้าทาย อาทิ การเลือกปฏิบัติ การละเมิดสิทธิแรงงาน การเข้าถึงบริการพื้นฐานที่จำกัด และความไม่มั่นคงในชีวิตและการทำงาน วันผู้อพยพย้ายถิ่นสากลจึงเป็นโอกาสสำคัญในการกระตุ้นให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และสังคมโดยรวม ร่วมกันส่งเสริมนโยบายและมาตรการที่เป็นธรรม คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเคารพซึ่งกันและกัน
การยึดมั่นในหลักการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leave No One Behind) ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ เป็นแนวทางสำคัญในการดูแลผู้อพยพย้ายถิ่นให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีความมั่นคง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน วันผู้อพยพย้ายถิ่นสากลจึงเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความรับผิดชอบร่วมกันของประชาคมโลกในการคุ้มครองสิทธิและคุณค่าความเป็นมนุษย์ของทุกคนอย่างเท่าเทียม