จังหวัดน่านเตรียมสร้างบ้านหลังใหม่ 14 หลัง ให้ผู้ประสบภัยกรณีเสียหายทั้งหลัง และทยอยจ่ายเงินเยียวยาด้านการดำรงชีพแล้ว
จังหวัดน่าน เร่งสำรวจและรวบรวมข้อมูลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนความเสียหายของบ้านเรือน ทรัพย์สิน และสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักเกณฑ์เงื่อนไขวิธีการจ่ายเงินและอนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินวงเงิน 558 ล้านบาท กรณีเสียชีวิตจากดินโคนถล่มและอุทกภัยโดยตรงหรือถูกกระแสน้ำทำให้เสียชีวิตช่วยเหลือรายละ สองล้านบาท และช่วยเหลือที่อยู่อาศัยเสียหายจากน้ำท่วม ครัวเรือนละ 9,000 บาท นอกจากนี้กรมบัญชีกลางขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพิ่มเติม ให้จังหวัดน่าน 100 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะด้านการดำรงชีพซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเยียวยา
ซึ่งขณะนี้ได้กำหนดหลักเกณฑ์และทยอยจ่ายเงินเยียวยาแล้ว ประกอบด้วย
ค่าเครื่องครัว 4,200 บาทต่อครัวเรือน
ค่าเครื่องนุ่งห่ม 1,300 บาทและเครื่องนอน 1,200 บาท รวมเป็น 2,500 บาท ต่อคน
โดยอำเภอปัวจ่ายแล้ว 120 ครัวเรือน รวม 804,000 บาท และทยอยจ่ายเพิ่มเติม
อำเภอเวียงสาเริ่มจ่ายวันที่ 29 สิงหาคม 2569
และอำเภออื่น ๆ ตั้งเป้าเริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2569
พร้อมทั้งเตรียมสร้างบ้านใหม่ กรณีเสียหายทั้งหลังไม่สามารถเข้าอยู่ได้จำนวน 14 หลัง โดยใช้แบบบ้านผู้ประสบอุทกภัย 2 ตามมาตรฐานของกรมโยธาธิการฯ งบประมาณหลังละ 4 แสนบาท
ส่วนผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์อุทกภัย 2 ราย จะได้เงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ญาติผู้เสียชีวิต
รายแรก อ.ปัว เป็นผู้ป่วยติดเตียง นอนอยู่ใต้ถุนบ้าน ทำให้จมน้ำเสียชีวิต มอบเงินทดรองราชการ ค่าจัดการศพ 35,700 บาทเงินสงเคราะห์ครอบครัว 35,700 บาท เงินสงเคราะห์มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ 10,000 บาทและเงินสงเคราะห์จาก พม.จังหวัดน่าน 3,000 บาท รวม เงินช่วยเหลือเบื้องต้น 84,400 บาท
และรายที่ 2 ที่ อ.ท่าวังผา ถูกกระแสน้ำพัดจมน้ำ ขณะออกไปช่วยเพื่อนบ้าน ญาติจะได้รับเงิน ค่าจัดการศพ 35,700 บาท เงินสงเคราะห์มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ 10,000 บาทและเงินสงเคราะห์จาก พม.จังหวัดน่าน 3,000 บาท รวม เงินช่วยเหลือเบื้องต้น 48,700 บาท
ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยสามารถยื่นคำร้องได้ที่ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. / หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ โดยกรอกแบบฟอร์มและข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ และรายละเอียดความเสียหาย
โดยไม่จำเป็นต้องถ่ายสำเนาเอกสารราชการ
ขอให้ผู้ประสบภัยรีบยื่นคำร้องภายในสิ้นเดือนสิงหาคม นี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมข้อมูลและดำเนินการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และไม่ตกหล่น