จังหวัดพะเยากำหนดมาตรการจัดการกุ้งก้ามแดงในพื้นที่กว๊านพะเยา เข้มงวดกฎหมายห้ามปล่อยในแหล่งน้ำและให้ประชาชนช่วยกันจับมาทำอาหารภายใต้แนวคิด “กินกุ้ง รักษ์กว๊าน”
จากกรณีชาวประมงที่กว๊านพะเยาใช้เครื่องมือประมงประเภท “ลอบแบบร่ม” วางบริเวณริมตลิ่งกว๊านพะเยา ควบคู่กับการทำประมงจับกุ้งก้ามฝอยในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ พบว่ามีกุ้งก้ามแดง สัตว์น้ำต่างถิ่นติดเครื่องมือมาด้วย โดยกุ้งมีขนาดเฉลี่ยประมาณ 15–20 ตัวต่อกิโลกรัม และเมื่อรวมการจับของชาวประมงในพื้นที่สามารถจับกุ้งก้ามแดงได้รวมประมาณ 6–9 กิโลกรัมต่อวัน ชาวบ้านนำไปขายได้ราคาสูงถึง กิโลกรัมละ 200-300 บาท
นายภูธนะ ชมภูมิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การแพร่กระจายของกุ้งก้ามแดงเนื่องจากมีข้อกังวลว่า กุ้งก้ามแดงเป็นสัตว์ที่สามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันกับสัตว์น้ำท้องถิ่น โดยอาจกินลูกปลา ลูกกุ้ง หอย และสัตว์น้ำขนาดเล็ก รวมถึงกัดกินพืชน้ำซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำตามธรรมชาติ อันอาจกระทบต่อห่วงโซ่อาหารและความหลากหลายทางชีวภาพของแหล่งน้ำ หากมีการหลุดรอดหรือถูกนำไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำจืดธรรมชาติ
จังหวัดพะเยาจึงกำหนดมาตรการจัดการกุ้งก้ามแดงในพื้นที่กว๊านพะเยา จำนวน 2 มาตรการหลัก
คือ
หยุดการเพิ่มจำนวนในแหล่งน้ำ
โดย บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับผู้ปล่อยกุ้งหรือสัตว์น้ำเอเลี่ยนลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 10,000 ถึง 100,000 บาท ผู้เพาะพันธุ์กุ้งต้องเข้ามาจดแจ้ง และภายหลังเลิกกิจการต้องแจ้งกับหน่วยงานประมง
มาตรการที่ 2 ส่งเสริมการบริโภค ภายใต้แนวคิด “กินกุ้ง รักษ์กว๊าน”
โดยให้สมาคมภัตตาคารและร้านค้าร่วมจัดทำเมนู พร้อมให้ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานเสริมหลักสูตรการประกอบอาหารโดยใช้ กุ้ง โดยจังหวัดจะจัดให้มีแหล่งรวบรวมกุ้ง เพื่อให้ผู้จับกุ้งสามารถนำส่งต่อให้ร้านค้าได้
และรณรงค์ให้ประชาชนชาวพะเยาร่วมกันจับกุ้งในแหล่งน้ำ ไม่ปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และนำไปประกอบอาหารเพื่อช่วยลดจำนวนกุ้งในระบบนิเวศ