“โคมพับ” พอได้ยินครั้งแรกหลายคนคงสงสัยว่า โคมพับคืออะไร? โคมสามารถพับได้ด้วยเหรอ? แล้วทําไมต้องพับด้วยล่ะ? มีคําถามมากมายเมื่อได้ยินชื่อสิ่งนี้สรุปแล้ว “โคมพับ” คืออะไรกันแน่ มีที่มาจากไหนกันนะ... บทความนี้มีคําตอบ
ลุงตู่ - วรเดช ไชยประคอง ประธานวิสาหกิจชุมชนท่าวังตาล 95 เล่าว่า เดิมทีทางกลุ่มวิสาหกิจได้ทําโคมล้านนาที่ใช้ไม้ไผ่เป็นโครงสร้าง เหมือนกับโคมล้านนาที่เราเคยเห็นทั่วไปตามงานเทศกาลต่าง ๆ เช่น ลอยกระทง หรือนํามาตกแต่งตามบ้าน และร้านอาหารทางภาคเหนือ โดยทางกลุ่มวิสาหกิจก็ได้นําโคมไปจําหน่ายตามงานต่าง ๆ จนกระทั่งมีนักท่องเที่ยวมาซื้อโคม แต่ไม่สามารถนํากลับไปต่างประเทศได้ จึงเป็นไอเดียจุดประกายให้กับกลุ่มวิสาหกิจว่า “จะพัฒนาอย่างไรให้นักท่องเที่ยวสามารถนํากลับไปประเทศของเขาได้”ประจวบเหมาะกับช่วงที่ลุงตู่ ประธานวิสาหกิจชุมชนท่าวังตาล 95 ได้พบกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่เกษียณแล้ว ซึ่งท่านเคยทํางานอยู่ที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคเหนือ เชียงใหม่ ขณะนั้นท่านกําลังทํางานคราฟต์และลุงตู่ได้ไปเวิร์กชอปกับท่าน จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาโคมล้านนาไม้ไผ่กลายเป็น “โคมพับ” ในปัจจุบัน“เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป อะไร ๆ ก็จะเปลี่ยนตาม” โคมล้านนาก็เช่นกันที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ในสมัยนี้ความสะดวกสบายถือเป็นสิ่งที่คนให้ความสําคัญเป็นอันดับแรก ๆ จากโคมล้านนาที่เมื่อก่อนมีรูปทรงถาวร ก็กลายมาเป็นโคมพับได้จากกระดาษสา ทั้งยังสามารถนํามาห้อยตกแต่งได้คงเดิม เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ผู้คนในปัจจุบัน และสะดวกต่อนักท่องเที่ยวที่ต้องการซื้อกลับบ้าน ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศก็สามารถนําโคมพับไปได้ทุกที่ นอกจากนี้ยังมีกิมมิคเล็ก ๆ โดยการพรินต์เป็นรูปวัดของเวียงกุมกาม และรูปลวดลายอื่น ๆ เช่นคริสต์มาส ปีใหม่ ปีนักษัตร เป็นต้น ประหนึ่งสิ่งที่ทันสมัยพร้อมยังคงอนุรักษ์ไว้สืบต่อไปในทุก Genจากจุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่มวิสาหกิจ สู่ความภาคภูมิใจที่ทําให้โคมพับถูกค้นพบกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่าวังตาล 95 เริ่มแรกมาจากการรวมกลุ่มผู้สูงอายุของตําบลท่าวังตาล จังหวัดเชียงใหม่ผู้สูงอายุหลาย ๆ คนผ่านการฝึกอบรมมาหลายครั้ง แต่การอบรมในแต่ละครั้งก็ไม่ได้เกิดการต่อยอด ทําให้ทักษะและความรู้ที่ได้รับนั้นค่อย ๆ เลือนหายไป แต่ลุงตู่ ประธานของกลุ่ม ต้องการให้สิ่งที่ผู้สูงอายุได้เรียนรู้มาเกิดประโยชน์จึงจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน เพื่อที่จะสามารถรองรับว่า พวกเขาสามารถจําหน่ายสินค้าเหล่านั้นได้ ลุงตู่ยังกล่าวอีกว่า “ดีใจ แล้วก็ภูมิใจที่ลุงสามารถให้ลูกทีมของลุงทําได้ แล้วมีความสุข” การที่ผู้สูงอายุกลุ่มนี้ได้มาทําโคมพับ นั่งตัดกระดาษ ร้อยเชือก ใส่ลูกปัด ไม่ใช่แค่เพียงหน้าที่ที่พวกเขาต้องทํา แต่ยังเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่ได้ใส่ใจในทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ตัวเงินไม่ใช่สิ่งที่เป็นเป้าหมาย ความภาคภูมิใจที่แท้จริงจากการได้เผยแพร่โคมพับต่างหาก ถือเป็นเส้นชัยของโคมพับ
อนาคตของโคมพับ และการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์เวียงกุมกามอย่างไรให้ยั่งยืน
ด้วยความที่โคมพับทํามาจากกระดาษสาที่พรินต์ออกมาจากรูปแบบ จึงสามารถออกแบบลวดลายเองได้ไม่ว่าจะเป็นรูปครอบครัว หรือแม้กระทั่งรูปอื่น ๆ ที่เราชอบก็สามารถเป็นลวดลายบนโคมพับได้ไม่เหมือนใคร อย่างโคมพับที่เป็นรูปวัด ประกอบกับเรื่องเล่าเวียงกุมกาม เป็นความตั้งใจของลุงตู่ที่ต้องการให้คนรุ่นหลังเห็นว่าปัจจุบันยังคงมีวัดของเวียงกุมกามที่มีมาตั้งแต่อดีตหลงเหลืออยู่และเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของเวียงกุมกามที่มีมาอย่างยาวนานก่อนก่อตั้งเมืองเชียงใหม่ว่ามีที่มาอย่างไรให้หลายคนได้ตระหนักและอนุรักษ์เมืองนี้ไว้ตราบนานเท่านานสุดท้ายนี้“โคมพับ” ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมที่ทันสมัยแต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของโคมล้านนาในเวอร์ชันพกพาได้ และนําไปได้ทุกที่รวมถึงลวดลายในแบบไม่ซ้ำใครพร้อมคงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์