มท.1 พร้อมใช้งบที่มีเร่งสำรวจและทำหลุมหลบภัย และบังเกอร์ ไม่ต้องของบกลาง มอง เปิด - ปิด ด่านเหลื่อมเวลา ไทยได้ประโยชน์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการหารือกับนายกรัฐมนตรี ระหว่างลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์วานนี้ (11 มิ.ย.) ว่า นายกรัฐมนตรี ขอให้จัดเตรียมการสนับสนุนแนวหลังอย่างเต็มที่ โดยให้นโยบายเป็นสุภาษิตว่า “มหาดไทยเป็นบ้าน ทหารเป็นรั้ว” รวมถึงเน้นย้ำ ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตามชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และเด็กนักเรียน ต้องไม่ได้รับอันตรายอย่างเด็ดขาด จึงต้องทำบ้านให้น่าอยู่ อบอุ่น ปลอดภัย ส่วนทหารที่เป็นรั้วก็จะปกป้องบ้านไม่ให้มีใครรุกรานมาทำลาย ในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติงานก็รับบัญชาจากนายกรัฐมนตรีมาทำงานให้เรียบร้อย ดูแลชาวบ้าน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ การเตรียมพร้อมเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักพิงต้องพร้อม โรงเรียนต้องตื่นตัว หากสถานการณ์ไม่ดีไม่ต้องครูประจำชั้นสามารถให้นักเรียนกลับบ้านได้เลย
ส่วนที่นายกรัฐมนตรี ได้บอกกับผู้ว่าฯ จ. สุรินทร์ ให้ของบจากกระทรวงมหาดไทยไปทำบังเกอร์นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ เร่งสำรวจหลุมหลบภัยทั้งที่มีอยู่ และในส่วนที่ยังขาด ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยมีงบส่วนนี้อยู่
ไม่ต้องของบกลาง โดยจะเร่งดำเนินการจัดทำหลุมหลบภัยให้ได้มาตรฐาน เมื่อเข้าไปหลบภัยต้องมั่นคงปลอดภัย แข็งแรง และต้องไม่มีสิ่งกีดขวางทางเข้า - ออก ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี รวมถึงวางแผนซ้อมการเคลื่อนย้าย จัดเตรียมยานพาหนะให้ใกล้กับสถานที่การย้ายคนออกจากหลุมหลบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมกับอธิบายให้นายกรัฐมนตรีฟัง ว่าที่เห็นว่ายังเป็นพื้นที่ทรายนั้น เพราะหากเป็นคอนกรีตก็จะร้อน แต่จะใช้แผ่นยาง หรือหญ้าเทียม ปูแทน
นายอนุทิน ยังกล่าวว่า หากดูสถานกาณ์ ทั้งฝ่ายทหารก็สื่อสารเจรจาพูดคุยได้ดี ในส่วนของผู้ว่าฯ ก็คอยสนับสนุนทหารทุกเรื่อง เช่นเดียวกับการเปิด - ปิดด่าน ที่ไทยจะยังเปิด - ปิด แบบนี้ ส่วนกัมพูชาจะเหลื่อมเวลานั้นมองว่า คนที่เสียประโยชน์ก็คือกัมพูชา และขอไม่ก้าวล่วงว่า จะเป็นประเด็นการเมืองหรือไม่
ส่วนที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องการสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน และไม่อยากให้เกิดความคลาดเคลื่อนนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญมาก จะใช้ฝ่ายปกครองไปสร้างความมั่นใจ สร้างความอบอุ่น แต่โดยรวมขวัญกำลังใจของคนในพื้นที่ยังดี คนที่วิตกกังวลมากก็จะเป็นผู้สูงอายุ ส่วนกลุ่มวัยทำงาน ชาวบ้านทั่วไป ทราบถึงสถานการณ์ดี ซึ่งได้ให้คำแนะนำว่าพื้นที่ไหนช่วงนี้ยังไม่ควรไป พร้อมย้ำว่า สภาพชีวิตตอนนี้ถือว่ายังเป็นปกติ และในวันพรุ่งนี้ (13 มิ.ย.) จะลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อไปประชุมกับ 7 ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มีพื้นที่ติดกับชายแดนกัมพูชา เพื่อไปลงรายละเอียดถึงแผนสั่งการ การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้มีความพร้อม
#มท1 #งบกลาง #หลบภัย #บังเกอร๋